บทที่ 4 คนที่เธอไม่เคยมอง2

“เดี๋ยวก่อน…ตอนบ่ายตะวันมีแข่งบาสใช่มั้ย เดี๋ยวเราไปเชียร์นะ”

ทว่าตะวันกลับไม่ตอบ ไม่แม้หันกลับมา เพียงแค่เดินจากไป ทิ้งไว้เพียงแผ่นหลังที่ดูห่างไกลออกไปเรื่อย ๆ

ช่วงบ่าย

สนามบาสมหาลัยเต็มไปด้วยเสียงเชียร์ อัยยาถือน้ำดื่มแน่นอยู่ในมือ เดินเข้ามายืนข้างสนามอย่างเงียบ ๆ สายตาหลังเลนส์แว่นกวาดมองหาชายร่างสูงที่เธอตั้งใจจะมาหา

  ไม่นานก็เห็นตะวันอยู่กลางสนาม ร่างสูงกำลังเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่วใบหน้าเขร่งขรึมไร้อารมณ์ ท่ามกลางเสียงโห่ร้องของผู้คน ท่าทีของเขาทำเอาใบหน้าหวานผุดรอยยิ้มขึ้นมาจาง ๆ

ไม่นานนัก กลุ่มรุ่นน้องสามคนก็เข้ามายืนใกล้ ๆ เสียงกระซิบดังขึ้น แม้จะเพียงกระซิบ แต่ก็ดังพอที่จะทำให้คนข้าง ๆ ได้ยิน

“ดูพี่ตะวันสิ หล่ออะไรขนาดนั้น”

“ถ้าฉันลองจีบ จะติดไหมนะ”

“ใครได้เป็นแฟนนี่น่าอิจฉาตายเลย”

อัยยาที่ยืนฟังขยับแว่น ความรู้สึกเหมือนจะถูกแย่งชิงทำให้เธอกล้าที่จะพูดสวนออกไป

 “ตะวัน…เขาไม่ชอบพวกเธอหรอก”

คำพูดนั้นเรียกเสียงหัวเราะเยาะจากสามสาวได้ทันที

“พี่รู้ได้ไง?”

“ก็....”

“หรือว่าเป็นแฟนเขา?”

  อีกคนมองเธอขึ้นลงตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างไม่เชื่อ

“ไม่ใช่มั้ง สภาพแบบนี้เนี่ยนะ”

อัยยากำหมัดแน่น ความเจ็บแล่นขึ้นอกด้วยความที่ไม่อยากต่อปากต่อคำ เธอเลยเลือกที่จะเดินหนี 

โป๊ก!

แต่ยังไม่ทันที่จะก้าวออกไป ลูกบาสก็ลอยมากระแทกศีรษะเธอเต็มแรง จนร่างเล็กเซไปข้างหนึ่ง เสียงหัวเราะดังรอบทิศคล้ายเป็นตัวตลก

ชายหนุ่มจากในสนามวิ่งเข้ามาเก็บลูกบอล ก่อนจะเอ่ยเสียห้วน

“เดินให้มันระวังหน่อยสิ นี่สนามบาสนะ”

ไม่มีคำขอโทษ มีเพียงสายตาเย็นชาและเสียงหัวเราะของคนรอบข้าง อัยยากัดริมฝีปากแน่น ก่อนจะรีบวิ่งหนีออกจากสนาม ทิ้งขวดน้ำไว้ในมือทั้งที่ยังสั่นเทา

ตะวันเหลือบไปเห็นร่างเล็กที่วิ่งออกจากสนามบาส คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันโดยไม่รู้ตัว  แต่เพียงครู่เดียวร่างสูงก็เบือนหน้าหนี ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น หันกลับไปเล่นบาสต่อราวกับคนที่วิ่งออกไปไม่ได้สำคัญพอให้เขาเก็บมาใส่ใจ

หลังเสียงนกหวีดจบการแข่งขัน ร่างสูงของตะวันก็เดินออกจากสนามพร้อมเพื่อนสองคนตามแนวฟุตบาทหน้าอาคารเรียน เหงื่อยังเกาะตามกรอบหน้า เสื้อยืดชุ่มจนแนบลำตัว

ก่อนที่เตอร์เอื้อมแขนมากอดคอเพื่อนสนิทอย่างคุ้นเคย

“ไงไอ้วัน คืนนี้ไปร้านเดิมกันปะ”

“ไม่ว่ะ อยากกลับบ้าน ไปนอน” 

ตะวันตอบเสียงเรียบ

โชนหรี่ตามองทันที

“ไปนอนหรือไปไหนกันแน่ ช่วงหลัง ๆ ชวนไปไหนก็ไม่เคยไป ทำไม?ติดสาวเหรอ”

“สาวห่าอะไร” 

“ไอ้นี่มีพิรุธชัด ๆ เด็ดป่ะ” 

“พอเลย เด็ดอะไรก็บอกว่าไม่มี”

จากนั้นเตอร์ก็พูดแทรกขึ้นอีกครั้ง

“งั้นกูขอติดรถกลับด้วยดิ”

“เออได้…ไปเล่นเกมที่คอนโดกูก่อนปะ”

“เออ เอาสิ”

บทสนทนากำลังไหลไปเรื่อย ๆ จู่ ๆ ร่างเล็กของอัยยาก็วิ่งมาหยุดตรงหน้าชายหนุ่มทั้งสาม พยายามตั้งสติ มือหนึ่งยกขึ้นขยับแว่น

“เอ่อ…ตะวัน”

เสียงนั้นทำให้ชายหนุ่มชะงักเล็กน้อยก่อนจะเลิกคิ้วสูง

“เมื่อกี้เราดูตะวันแข่งไม่จบ ขอโทษนะ”

“แล้วจะมาบอกทำไม” 

น้ำเสียงเย็นชาเปล่งออกมาจากปากของชายตรงหน้า ทำให้

อัยยาถึงอ้ำอึ้ง

“ก็…เรา”

“ช่างเถอะ ไม่ได้สนใจขนาดนั้น” 

เขาพูดสวนในทันทีไม่รอให้เธอพูดต่อ

  “งั้นตะวันจะกลับแล้วเหรอ”

“อื้อ มีไรอีกปะ”

“อ่ะ…น้ำ”

อัยยาสูดลมหายใจ ก่อนจะยื่นขวดน้ำออกไป ทั้ง ๆ ที่มือยังสั่นเล็กน้อย

ตะวันมองขวดน้ำนั้นเพียงแวบเดียว ก่อนจะรับมาอย่างรำคาญ แล้วโยนให้เตอร์

เตอร์รับไว้ทันที ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเชิงปฏิเส

“กูไม่ได้อยากดื่มนะ”

“ไม่แดกก็ทิ้ง” 

ตะวันพูดเสียงเรียบ ก่อนจะเดินผ่านญิงสาวไปโดยไม่หันกลับมา โชนกับเตอร์เดินตามหลังเขาไป เสียงพูดคุยค่อย ๆ ห่างออกไปตามทางเท้า

เหลือเพียงอัยยาที่ยืนอยู่ตรงนั้นคนเดียวกับความรู้สึกโดดเดี่ยวที่ไม่มีใครเก็บไปด้วย

คอนโดตั้งตระหง่านอยู่กลางย่านหรู ตัวอาคารสูงโปร่ง กระจกใสสะท้อนแสงเมืองยามค่ำ ห้องพักชั้นบนสุดถูกตกแต่งเรียบหรู  เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นดูแพงและเนี้ยบ เดาได้เลยว่าเจ้าของห้องต้องมีฐานะร่ำรวยเป็นอย่างมาก

ทันทีที่เข้ามา เตอร์กับโชนก็ถอดเสื้อคลุมวางพาดไว้บนพนักเก้าอี้อย่างเคยชิน ก่อนจะทิ้งตัวลงบนเตียงของเจ้าของห้องราวกับเป็นห้องตัวเอง

“มึงนี่ทำเหมือนรำคาญอัยยาตลอดเลยนะ”

  โชนพูดขึ้น พลางหงายหน้ามองเพดาน

“ถ้าไม่ได้ชอบเธอขนาดนั้น ทำไมไม่ปฏิเสธไปให้มันจบ ๆ วะ จะได้ไม่ต้องมาวุ่นวายกับมึงอีก”

ตะวันไม่ตอบในทันที เขาเดินไปทิ้งตัวลงบนโซฟาอย่างแรง ความเหนื่อยล้าผสมหงุดหงิดฉายชัดบนสีหน้า ก่อนจะสวนกลับเสียงเรียบ

“ก็เธออยากมาเป็นเบ้กูเองหนิ ไม่ได้ขอสักหน่อยตามติดกูตั้งแต่อยู่มอต้น”

เตอร์พลิกตัวมองทันที

“แล้วทำไมมึงไม่พูดดี ๆ กับเธอบ้างล่ะ เธอคอยรับใช้มึงขนาดนั้นเดี๋ยวก็ส่งข้าวเดี๋ยวก็ส่งน้ำแค่ตอบแทนเธอด้วยการพูดจาดี ๆ มันจะตายหรือยังไง”

คำถามนั้นทำให้ตะวันชะงักไปเสี้ยววินาที ก่อนจะขมวดคิ้ว

“กูพูดไม่ดีกับเธอตรงไหน กูด่าเธอเหรอ ก็ไม่หนิ”

“ไม่ด่า ปากมึงอ่ะไม่ด่าแต่การกระทำมึงอ่ะมันย้อนแย้ง ไอ้สัด”

ตะวันไม่เถียงต่อ เขาเอนหลังพิงโซฟา หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา หน้าจอสว่างวาบ

“พอเหอะ กูไม่อยากคุยเรื่องนี้  เข้าเกมสิ”

เตอร์กับโชนมองหน้ากันเล็กน้อย ก่อนจะยอมขยับมานั่งลงบนโซฟาข้าง ๆ อย่างเสียไม่ได้ ถึงแม้จะไม่เห็นด้วยในการกระทำของตะวันสักเท่าไหร่ แต่พวกเขาก็ไม่อาจล่วงล้ำเรื่องส่วนตัวเพื่อนสนิทได้

บทก่อนหน้า
บทถัดไป